ทำไมข้อมูลถึงสำคัญมาก?
ในการทำ CFO หรือ CFP ความแม่นยำของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับคุณภาพของข้อมูลที่รวบรวมมา ข้อมูลที่ไม่ครบหรือไม่ถูกต้องส่งผลให้การคำนวณ GHG คลาดเคลื่อน และอาจทำให้การขอรับรองจาก TGO ล้มเหลวได้ครับ
ถ้าข้อมูลที่ใส่เข้าไปไม่ดี ผลลัพธ์ที่ออกมาก็ไม่ดีตาม ไม่ว่าจะใช้ methodology ดีแค่ไหน หรือ software ราคาแพงแค่ไหนก็ตาม
ข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับ CFO
ปริมาณน้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน LPG ก๊าซธรรมชาติ ที่ใช้ในกระบวนการผลิต ยานพาหนะ และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า — ดูจากใบเสร็จการซื้อหรือ meter reading รายเดือน
ค่าไฟฟ้ารายเดือนจาก MEA/PEA ทุกสาขา ทุก meter ตลอด 12 เดือน — ถ้ามีหลาย site ต้องเก็บแยกแต่ละ site
ระยะทางการเดินทางของพนักงาน (เครื่องบิน รถยนต์ส่วนตัว) ปริมาณของเสีย ข้อมูลวัตถุดิบที่ซื้อมา — เลือกประเมินเฉพาะ category ที่มีนัยสำคัญ
Checklist ข้อมูลที่ต้องเตรียม
ต้องการ: หน่วยไฟฟ้า (kWh) ไม่ใช่แค่ยอดเงิน — ระบุ site ที่ใช้ให้ชัดเจน
น้ำมัน LPG ก๊าซ — ระบุปริมาณ (ลิตร หรือ kg) ไม่ใช่แค่มูลค่า
รายการรถของบริษัท ประเภทเชื้อเพลิง และระยะทางที่วิ่งในปีนั้น
น้ำหนักขยะ ประเภทการกำจัด (ฝังกลบ เผา รีไซเคิล) — ดูจาก manifest หรือสัญญากับผู้รับกำจัด
ตั๋วเครื่องบิน ระยะทาง class ที่นั่ง — ดูจากใบเสร็จหรือรายงาน HR
ปัญหาที่พบบ่อยในการรวบรวมข้อมูล
ค่าไฟอยู่กับ admin, น้ำมันอยู่กับ fleet, ของเสียอยู่กับ EHS — แนะนำให้ตั้ง data owner ประจำแต่ละ category ก่อนเริ่มเก็บข้อมูล
บางองค์กรไม่ได้เก็บ meter reading ไว้ — แก้ได้โดยขอข้อมูลย้อนหลังจาก MEA/PEA หรือ supplier โดยตรง
ทีม ACCARBON จะจัดทำ data collection template และ data request list ให้แต่ละองค์กร ก่อนเริ่มโครงการจริงทุกครั้ง — ทำให้กระบวนการรวบรวมข้อมูลเร็วและครบถ้วนขึ้นมาก
สรุป
การเตรียมข้อมูลที่ดีคือครึ่งหนึ่งของความสำเร็จในการทำ CFO/CFP ครับ ใช้เวลาล่วงหน้าในการ identify data owner และ data source จะช่วยให้โครงการเดินหน้าได้เร็วขึ้นมาก และผลลัพธ์ที่ได้มีความน่าเชื่อถือสูงพอสำหรับการขอรับรองและ ESG reporting
